การตลาดว่าด้วยเรื่องของแฟนคลับ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
พลังของแฟนคลับเป็นพลังที่สามารถเพิ่มยอดขาย
เพิ่มรายได้ เพิ่มการขยายตลาดได้อย่างมหาศาล ดังตัวอย่างกีฬาฟุตบอล ทีมดังๆของสโมสรต่างๆ
นอกจากจะมีรายได้มาจากการโฆษณา การซื้อขายนักแตะแล้ว
ยังสามารถขายสินค้าประเภทต่างๆให้กับแฟนคลับอีกด้วย ซึ่งรายได้จากการขายนี้สามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างมากมายมหาศาล
อีกทั้งสินค้าเหล่านี้
ยังสามารถใช้เป็นสื่อทำการประชาสัมพันธ์ทีมของสโมสรฟุตบอลได้อีกด้วย
สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
มีสินค้าประเภทต่างๆขายให้กับแฟนคลับ
เช่น นาฬิกาข้อมือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ,ผ้าพันแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , เนคไทแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
, พวงกุญแจแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , รองเท้าผู้หญิงและรองเท้าผู้ชาย
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , เสื้อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , กางเกง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
, หมวก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , ถุงเท้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , วริสแบนด์
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , DVDที่ระลึกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , ชุดเด็กเล็กแมนเชสเตอร์
ยูไนเต็ด , เข็มกลัดที่ระลึกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , สร้อยคอพร้อมจี้ที่ระลึกแมนเชสเตอร์
ยูไนเต็ด , สร้อยข้อมือที่ระลึกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , ถ้วยรางวัลแมนเชสเตอร์
ยูไนเต็ด , ธงที่ระลึกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , ตุ๊กตาหมีแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , โมเดลนักฟุตบอลแมนเชสเตอร์
ยูไนเต็ด , กล่องแว่นตากันแดดและแว่นตากันแดด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น
เราจะเห็นได้ว่า
สินค้าต่างๆมากมายข้างต้น มีราคาที่สูงกว่าสินค้าในท้องตลาดทั่วไป แต่เนื่องจากสโมสรฟุตบอลมีแฟนคลับเป็นจำนวนมาก
จึงสามารถขายสินค้าเหล่านี้ได้ ดังนั้น สินค้า บริการ องค์กร ที่ต้องการกำไร
ต้องการยอดขาย ต้องการความยั่งยืน
จึงมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างแฟนคลับของตนเองขึ้นมา
“แฟนคลับ” ในที่นี้ หมายถึง
กลุ่มบุคคลหรือบุคคลที่ชื่นชอบ ติดตาม มีความจงรักภักดีในตัวของสินค้า บริการ
องค์กรของเรา อีกทั้งติดตามซื้อสินค้า บริการ มีการบอกต่อ พูดคุย
เกี่ยวกับเรื่องราวในตัวของสินค้า บริการและองค์กร อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งเราสามารถจัดเรทของแฟนคลับได้ดังนี้
แฟนคลับ
ระดับ D. = แค่ชื่นชอบในใจ , แฟนคลับ ระดับ C.
= ชื่นชอบและติดตามซื้อสินค้า,
แฟนคลับ
ระดับ B. = ชื่นชอบชื่นชม ติดตามซื้อสินค้า
และตามเก็บผลงานทุกชิ้นมาเป็นของตัวเอง(กรณีแฟนคลับดารา นักร้อง กีฬาประเภทต่างๆ) ,
แฟนคลับ ระดับ A. = ชื่นชอบชื่นชม ติดตามซื้อสินค้า
และติดตามไปเชียร์ในทุกที่(กรณีแฟนคลับดารา นักร้อง กีฬาประเภทต่างๆ)
เราสามารถสร้างแฟนคลับได้หลายวิธีด้วยกัน
และยุคสมัยนี้ เราสามารถเขาถึงสื่อสมัยใหม่ได้อย่างง่ายดาย
อีกทั้งสามารถทำการประชาสัมพันธ์และสร้างแฟนคลับจากสื่อต่างๆได้ในราคาที่ถูก เช่น
1.การสร้างแฟนคลับจากคลิปวิดีโอ ใน Youtube
ซึ่งเราสามารถลงคลิปวิดีโอไปได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย
แต่คลิปวิดีโอที่ลงควรมีลักษณะดังนี้
(ไม่ควรจะยาวจนเกินไป , สร้างความดึงดูดใจ ความสนใจให้ผู้ชม , ภาพต้องคมชัด
เสียงต้องดี , นำเสนออย่างง่ายๆ ใช้ภาษาง่ายๆ , ทำให้จบในคลิปเดียว และ
ควรทำอย่างต่อเนื่องหรืออัพเดทตลอดเวลา)
2.สร้าง Fan Page บน Facebook ต้องยอมรับว่า Facebook
เป็นอีกสื่อหนึ่งที่เป็นที่นิยมไปทั่วโลก
ซึ่งถ้าเราสามารถทำให้แฟนคลับ กดไลน์หรือถูกใจใน Facebook ของเราเป็นจำนวนมาก
โอกาสที่เราจะนำเสนอของสินค้า บริการ ให้แก่แฟนคลับก็มีมากเช่นเดียวกัน
ซึ่งใน Facebook มีข้อมูลต่างๆและมีเครื่องมือต่างๆในการช่วยนำเสนอขายสินค้า
บริการ ตัวอย่างเช่น ในการโฆษณาของ Facebook เราสามารถกำหนดช่วงอายุ เพศ วัย
พื้นที่ จำนวนวัน
ความสนใจของกลุ่มแฟนคลับที่กดไลน์หรือถูกใจใน Facebook ของเรา
3.สร้างแฟนคลับ โดยใช้ตัวบุคคลนำเสนอ
เช่น ตัน ภาสกร นที ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการสร้างแฟนคลับของตนเอง
ซึ่งเขามักจะมีกลยุทธ์ดังนี้ (ใช้ตัวเองเป็นพระเอกในการนำเสนอสินค้าของตัวเอง,มีการใช้สื่อที่หลากหลายช่วยไม่ว่าจะเป็น
ทีวี ป้าย facebook คลิปในYoutube รวมไปถึงการออกหนังสือของตนเอง , สร้างจุดขายเป็นของตนเองเพื่อทำให้คนจดจำ
มีเอกลักษณ์เช่นการใส่หมวก เป็นต้น)
4.สร้างแฟนคลับ
ด้วยการสื่อสารและบริหารความสัมพันธ์ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องทำความเข้าใจในเรื่องทฤษฏีของการสื่อสาร(ผู้ส่งสาร
สาร ช่องทาง ผู้รับสาร ปฏิกิริยาตอบสนอง) รวมไปถึงทฤษฏีความสัมพันธ์
ซึ่งถ้าเราสามารถใช้ทฤษฏีเหล่านี้ได้อย่างถูกจังหวะก็จะเกิดประโยชน์อย่างมากในการสร้างแฟนคลับ
เช่น เราจะนำเสนอใครในช่องเวลาใด นำเสนอข้อมูลอะไร ช่องทางทางสื่อใด ทีวี
อินเตอร์เน็ต ไปยังกลุ่มลูกค้าในวัยใด อายุเท่าใด ชื่นชมอะไร
แล้วกลุ่มเป้าหมายตอบสนองโดยการซื้อตามความต้องการของเราหรือไม่)
สุดท้ายนี้ มีคนเคยถามกระผมว่า
ทำไมเราต้องสร้างแฟนคลับ คำตอบ การสร้างแฟนคลับมีประโยชน์หลายอย่างต่อธุรกิจ
ต่อสินค้า ต่อบริการ ต่อองค์กรของเรา เช่น ช่วยประหยัดต้นทุนในการขายรวมไปถึงต้นทุนในการโฆษณาการประชาสัมพันธ์
, เป็นการเพิ่มลูกค้า เป็นการขยายฐานทางการตลาด ,
เพิ่มความจงรักภักดีในตัวของลูกค้าต่อสินค้า ต่อองค์กร ของเรา,
เป็นการต่อยอดในการนำเสนอสินค้า บริการใหม่ๆ กล่าวคือเมื่อเราออกสินค้า
บริการใหม่ๆ แฟนคลับจะตามไปซื้อเอง)







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น