วันจันทร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

การตลาดว่าด้วยเรื่องของแฟนคลับ

การตลาดว่าด้วยเรื่องของแฟนคลับ
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
            พลังของแฟนคลับเป็นพลังที่สามารถเพิ่มยอดขาย เพิ่มรายได้ เพิ่มการขยายตลาดได้อย่างมหาศาล ดังตัวอย่างกีฬาฟุตบอล ทีมดังๆของสโมสรต่างๆ นอกจากจะมีรายได้มาจากการโฆษณา การซื้อขายนักแตะแล้ว ยังสามารถขายสินค้าประเภทต่างๆให้กับแฟนคลับอีกด้วย ซึ่งรายได้จากการขายนี้สามารถเพิ่มยอดขายได้อย่างมากมายมหาศาล อีกทั้งสินค้าเหล่านี้ ยังสามารถใช้เป็นสื่อทำการประชาสัมพันธ์ทีมของสโมสรฟุตบอลได้อีกด้วย
                สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีสินค้าประเภทต่างๆขายให้กับแฟนคลับ เช่น นาฬิกาข้อมือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ,ผ้าพันแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  ,  เนคไทแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , พวงกุญแจแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , รองเท้าผู้หญิงและรองเท้าผู้ชาย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , เสื้อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , กางเกง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , หมวก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , ถุงเท้า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , วริสแบนด์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , DVDที่ระลึกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , ชุดเด็กเล็กแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , เข็มกลัดที่ระลึกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , สร้อยคอพร้อมจี้ที่ระลึกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , สร้อยข้อมือที่ระลึกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , ถ้วยรางวัลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , ธงที่ระลึกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , ตุ๊กตาหมีแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , โมเดลนักฟุตบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด , กล่องแว่นตากันแดดและแว่นตากันแดด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นต้น
                เราจะเห็นได้ว่า สินค้าต่างๆมากมายข้างต้น มีราคาที่สูงกว่าสินค้าในท้องตลาดทั่วไป แต่เนื่องจากสโมสรฟุตบอลมีแฟนคลับเป็นจำนวนมาก จึงสามารถขายสินค้าเหล่านี้ได้ ดังนั้น  สินค้า บริการ องค์กร ที่ต้องการกำไร ต้องการยอดขาย ต้องการความยั่งยืน จึงมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างแฟนคลับของตนเองขึ้นมา
                “แฟนคลับ” ในที่นี้ หมายถึง กลุ่มบุคคลหรือบุคคลที่ชื่นชอบ ติดตาม มีความจงรักภักดีในตัวของสินค้า บริการ องค์กรของเรา อีกทั้งติดตามซื้อสินค้า บริการ มีการบอกต่อ พูดคุย เกี่ยวกับเรื่องราวในตัวของสินค้า บริการและองค์กร อย่างต่อเนื่อง
                ซึ่งเราสามารถจัดเรทของแฟนคลับได้ดังนี้
แฟนคลับ ระดับ D. =  แค่ชื่นชอบในใจ , แฟนคลับ ระดับ C. = ชื่นชอบและติดตามซื้อสินค้า,
แฟนคลับ ระดับ B. = ชื่นชอบชื่นชม ติดตามซื้อสินค้า และตามเก็บผลงานทุกชิ้นมาเป็นของตัวเอง(กรณีแฟนคลับดารา นักร้อง กีฬาประเภทต่างๆ) , แฟนคลับ ระดับ A. =  ชื่นชอบชื่นชม ติดตามซื้อสินค้า และติดตามไปเชียร์ในทุกที่(กรณีแฟนคลับดารา นักร้อง กีฬาประเภทต่างๆ)
                เราสามารถสร้างแฟนคลับได้หลายวิธีด้วยกัน และยุคสมัยนี้ เราสามารถเขาถึงสื่อสมัยใหม่ได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งสามารถทำการประชาสัมพันธ์และสร้างแฟนคลับจากสื่อต่างๆได้ในราคาที่ถูก เช่น
                1.การสร้างแฟนคลับจากคลิปวิดีโอ ใน Youtube ซึ่งเราสามารถลงคลิปวิดีโอไปได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่คลิปวิดีโอที่ลงควรมีลักษณะดังนี้  (ไม่ควรจะยาวจนเกินไป , สร้างความดึงดูดใจ ความสนใจให้ผู้ชม , ภาพต้องคมชัด เสียงต้องดี , นำเสนออย่างง่ายๆ ใช้ภาษาง่ายๆ , ทำให้จบในคลิปเดียว และ ควรทำอย่างต่อเนื่องหรืออัพเดทตลอดเวลา)
                2.สร้าง Fan Page บน Facebook ต้องยอมรับว่า Facebook เป็นอีกสื่อหนึ่งที่เป็นที่นิยมไปทั่วโลก ซึ่งถ้าเราสามารถทำให้แฟนคลับ กดไลน์หรือถูกใจใน Facebook ของเราเป็นจำนวนมาก โอกาสที่เราจะนำเสนอของสินค้า บริการ ให้แก่แฟนคลับก็มีมากเช่นเดียวกัน ซึ่งใน Facebook มีข้อมูลต่างๆและมีเครื่องมือต่างๆในการช่วยนำเสนอขายสินค้า บริการ ตัวอย่างเช่น ในการโฆษณาของ Facebook เราสามารถกำหนดช่วงอายุ เพศ วัย พื้นที่  จำนวนวัน ความสนใจของกลุ่มแฟนคลับที่กดไลน์หรือถูกใจใน Facebook ของเรา
                3.สร้างแฟนคลับ โดยใช้ตัวบุคคลนำเสนอ เช่น  ตัน ภาสกร นที ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการสร้างแฟนคลับของตนเอง ซึ่งเขามักจะมีกลยุทธ์ดังนี้ (ใช้ตัวเองเป็นพระเอกในการนำเสนอสินค้าของตัวเอง,มีการใช้สื่อที่หลากหลายช่วยไม่ว่าจะเป็น ทีวี ป้าย facebook คลิปในYoutube รวมไปถึงการออกหนังสือของตนเอง , สร้างจุดขายเป็นของตนเองเพื่อทำให้คนจดจำ มีเอกลักษณ์เช่นการใส่หมวก เป็นต้น)
                4.สร้างแฟนคลับ ด้วยการสื่อสารและบริหารความสัมพันธ์ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องทำความเข้าใจในเรื่องทฤษฏีของการสื่อสาร(ผู้ส่งสาร สาร ช่องทาง ผู้รับสาร ปฏิกิริยาตอบสนอง) รวมไปถึงทฤษฏีความสัมพันธ์ ซึ่งถ้าเราสามารถใช้ทฤษฏีเหล่านี้ได้อย่างถูกจังหวะก็จะเกิดประโยชน์อย่างมากในการสร้างแฟนคลับ เช่น เราจะนำเสนอใครในช่องเวลาใด นำเสนอข้อมูลอะไร ช่องทางทางสื่อใด ทีวี อินเตอร์เน็ต ไปยังกลุ่มลูกค้าในวัยใด อายุเท่าใด ชื่นชมอะไร แล้วกลุ่มเป้าหมายตอบสนองโดยการซื้อตามความต้องการของเราหรือไม่)
                สุดท้ายนี้ มีคนเคยถามกระผมว่า ทำไมเราต้องสร้างแฟนคลับ คำตอบ การสร้างแฟนคลับมีประโยชน์หลายอย่างต่อธุรกิจ ต่อสินค้า ต่อบริการ ต่อองค์กรของเรา เช่น ช่วยประหยัดต้นทุนในการขายรวมไปถึงต้นทุนในการโฆษณาการประชาสัมพันธ์ , เป็นการเพิ่มลูกค้า เป็นการขยายฐานทางการตลาด , เพิ่มความจงรักภักดีในตัวของลูกค้าต่อสินค้า ต่อองค์กร ของเรา, เป็นการต่อยอดในการนำเสนอสินค้า บริการใหม่ๆ กล่าวคือเมื่อเราออกสินค้า บริการใหม่ๆ แฟนคลับจะตามไปซื้อเอง)












วันพุธที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2559

​Celebrity Marketing

Celebrity Marketing
โดย...ดร.สุทธิชัย  ปัญญโรจน์
อาจารย์ประจำบัณฑิตวิทยาลัย ม.พิษณุโลก
            Celebrity Marketing (เซเลบริตี้ มาร์เก็ตติง) คือ การนำบุคคล คนดัง คนมีชื่อเสียง เช่น ดารา นักร้อง นักการเมือง นักสื่อสารมวลชน นักกีฬาชื่อดัง มาช่วยในการทำการตลาด เพราะบุคคล คนดัง มักจะเป็นที่รู้จักของสาธารณชนอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเสียเวลาในการแนะนำตัว อีกทั้ง บุคคล คนดัง มักจะมีแฟนคลับหรือคนที่ติดตามผลงานอยู่เป็นจำนวนมาก
                ดังนั้น บุคคล คนดัง มักจะเป็นผู้นำทางความคิด จิตวิญญาณ เป็นต้นแบบ ของผู้ติดตาม จึงทำให้บุคคลที่เป็นแฟนคลับหรือผู้ติดตามเลียนแบบทั้งทางด้านพฤติกรรม เลียนแบบการใช้ชีวิต เครื่องแต่งกาย ทรงผม รวมไปถึงการใช้สินค้าและบริการของบุคคล คนดังหรือบุคคลที่เป็นต้นแบบ   การตลาดสมัยใหม่จึงนำสิ่งเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ ซึ่งบางบริษัทสามารถนำเอาไปใช้จนได้ผลทำให้เกิดกระแสโด่งดังขึ้นในสังคม ซึ่งการตลาดแบบ Celebrity Marketing มีประโยชน์ต่อการทำธุรกิจหลายอย่างดังนี้
1.Celebrity Marketing ช่วยทำให้สินค้าติดตลาดได้อย่างรวดเร็ว
2.Celebrity Marketing ช่วยกระตุ้นให้เกิดการซื้อสินค้าและบริการเป็นจำนวนมาก เป็นการเพิ่มยอดขาย
3. Celebrity Marketing ช่วยส่งเสริมภาพพจน์หรือภาพลักษณ์ในตัวของสินค้าและบริการ
4. Celebrity Marketing ช่วยให้ภาพการวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
ฉะนั้น จากข้อความข้างต้น การใช้บุคคล คนดัง หรือ  Celebrity Marketing มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งถ้ารู้จักประยุกต์ใช้ เพราะจะทำให้สินค้าและบริการของเรา ติดตลาดในช่วงเวลาอันสั้นเมื่อเปรียบเทียบกับการใช้บุคคลที่ไม่มีชื่อเสียงโฆษณา ประชาสัมพันธ์ สืบเนื่องมาจาก เมื่อผู้บริโภคเห็นบุคคล คนดัง ก็มักจะนึกถึงสินค้าและบริการ ที่บุคคล คนดัง โฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือ เมื่อผู้บริโภคเห็น สินค้าและบริการที่โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ก็จะคิดถึงบุคคล คนดัง   อีกทั้งช่วยให้เกิดยอดขายเป็นจำนวนมาก เมื่อเกิดยอดขายมากขึ้น ธุรกิจก็มีโอกาสในการคืนทุนได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับข้อด้อยในการใช้ Celebrity Marketing  คือ การใช้บุคคล คนดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ต้องใช้เม็ดเงินเป็นจำนวนมากในการว่าจ้างบุคคล คนดัง อีกทั้งเมื่อบุคคล คนดัง มีปัญหาคือมีคดี ขึ้นศาล หรือทำตัวให้ภาพลักษณ์ของตนเองเสียหาย ก็จะส่งผลกระทบกับตัวสินค้าและบริการตามไปด้วย ดังนั้นการเลือก ฟรีเซ็นเตอร์ จะต้องใช้เวลาในการตัดสินใจ และใคร่ครวญว่าจะใช้ใครมาเป็น Celebrity Marketing 
                สำหรับเรทค่าตัวดาราชายและดาราหญิงในประเทศไทยเรา 6 อันดับแรก (ข้อมูลจากเว็บไซค์ สยาม ดารา http://www.siamdara.com/hot-news/thai-news/1071916)
                อันดับที่ 1 เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย สปอนเซอร์เจ้าใด กระเป๋าหนักสามารถจ่ายค่าตัวที่สูงลิบลิ่วเกือบ 30 ล้านบาทได้ ก็จะได้ตัวซุปเปอร์สตาร์ยอดนิยมอย่าง "ป๋าเบิร์ด" ไปเป็นพรีเซ็นเตอร์สินค้าอย่างแน่นอน
                อันดับที่ 2 อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ บรรดาเจ้าของสินค้าแบรนด์ดังต่างแย่งชิงตัวกันชุลมุน  ถึงแม้ว่าค่าตัวของสาว Hot(ฮอต) รายนี้จะสูงลิบไม่ต่ำว่า 10 ล้านบาท
                อันดับที่ 3 ชมพู่ อารยา เอฮารเก็ต ในฐานะแบรนด์แอมบาสเดอร์เครื่องสำอางดังกับราคาค่าตัวที่ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาทเช่นกัน
                อันดับที่ 4 ณเดชน์ คูกิมิยะ มีผลิตภัณฑ์ต่างๆ มาจับจองกันแทบไม่เว้น เรตค่าตัว "ณเดชน์"  สูงถึง 10 ล้านบาท
                อันดับที่ 5 ใหม่ ดาวิกา โฮร์เน่ ค่าเหนื่อยของ "ใหม่-ดาวิกา" สนนราคาจิ๊บๆ เพียงแค่ 10 ล้านเท่านั้น!
                อันดับที่ 6 ญาญ่า อุรัสยา สเปอร์บัน  "ญาญ่า" ดำรงตำแหน่งพรีเซ็นเตอร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งปีนี้ "สาวญาญ่า" คว้าพรีเซ็นเตอร์ไปกว่า 30 ตัวเลยทีเดียว! กับราคาเบาๆ ไม่แรงเท่ารุ่นพี่ 7-10 ล้านบาทเท่านั้น!
                ฉะนั้น Celebrity Marketing (เซเลบริตี้ มาร์เก็ตติง) คือ  กลยุทธ์ทางการตลาดแบบหนึ่ง ซึ่งบริษัท สามารถนำเอากลยุทธ์ทางการตลาดไปใช้กับ สินค้า ผลิตภัณฑ์ บริการ ได้ หากประยุกต์ใช้ ปรับใช้อย่างได้ผล ก็จะทำให้เกิดยอดขาย เม็ดเงิน ผลกำไร กลับคืนมายังบริษัทอย่างมหาศาล
                ทั้งนี้การใช้ Celebrity Marketing  ที่ดีควรใช้ผสมผสานหรือพิจารณาปัจจัยทางการตลาดกับกลยุทธ์อื่นๆด้วย ก็จะยิ่งทำให้ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เช่น กลยุทธ์ IMC (Integrated Marketing Communication)
                เราจะเห็นได้ว่าการใช้ กลยุทธ์ IMC (Integrated Marketing Communication) จะทำให้เกิดการต่อยอดและทำให้การใช้กลยุทธ์ Celebrity Marketing ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะการใช้สื่อสมัยใหม่ช่วย เช่น  การใช้  Twitter , Facebook , Line , Instagram  เป็นเครื่องมือทำการตลาดบน Social Media
                ซึ่งการใช้บุคคล คนดัง เพื่อทำ  Celebrity Marketing  ควรคำนึงถึง แบรนด์ บุคคลหรือคนดังด้วยว่า สอดคล้องหรือมีภาพลักษณ์ไปกับสินค้า บริการของเราด้วยหรือไม่ ซึ่ง แบรนด์บุคคลหรือคนดัง ที่นำมาใช้ควรมีคุณลักษณะที่สำคัญ ดังนี้
               -มีความน่าเชื่อถือ(Believe)และ มีความไว้วางใจ(Trust) กล่าวคือสามารถสร้างภาพลักษณ์ให้กับตราสินค้า (Credibility)  ของเราได้
 -มีภาพลักษณ์ที่มีเสน่ห์และสามารถดึงดูดความสนใจลูกค้าหรือผู้บริโภคให้มาสนใจตราสินค้า (Attractiveness) ของเราได้
ตัวอย่างเช่น ไทเกอร์ วู้ด  นักกีฬากอล์ฟมืออาชีพอันดับ 1 ของโลก ส่วนใหญ่บริษัทที่ผลิตเกี่ยวกับ ไม้กอล์ฟ รองเท้ากีฬา  เสื้อผ้า กางเกง หมวก กีฬา  มักจะใช้ ไทเกอร์ วู้ด เป็นพรีเซ็นเตอร์ โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ให้กับสินค้าของตนเอง
สำหรับข้อที่ควรคำนึงถึงในการใช้ฟรีเซ็นเตอร์ คือ การใช้บุคคล คนดัง ควรมีบุคลิกภาพ นิสัย ใจคอ        ตรงกับแบรนด์ของสินค้า , การใช้บุคคล คนดัง ที่ Hot (ฮอต)มากๆ ไปเป็นฟรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าหลายตัว อาจจะทำให้ผู้บริโภคจดจำไม่ได้ว่าเป็นฟรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าใด แบรนด์ใดบ้าง เราควรหลีกเลี่ยงฟรีเซ็นเตอร์นั้น , การใช้บุคคล คนดัง ไม่ควรผูกติดกับคนๆเดียว เพราะการใช้คนๆเดียว มีทั้งประโยชน์และโทษ คือ ประโยชน์ทำให้ลูกค้า ผู้บริโภค จดจำ บุคคล คนดังกับสินค้า ผลิตภัณฑ์ของเรา  ส่วนข้อด้อยคือเมื่อบุคคล คนดัง คนนั้นตายไปก็ย่อมส่งผลกระทบต่อแบรนด์ได้เช่นกัน
ยังมีปัจจัยอื่นๆ อีกที่ช่วยส่งเสริมให้ Celebrity Marketing  ประสบความสำเร็จ เช่น  การวางตำแหน่งผลิตภัณฑ์ , การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย , การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค   เป็นต้น







วันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2559

การจัดการธุรกิจยุคใหม่ในตลาดโลก

ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ บรรยาย หัวข้อ " การจัดการธุรกิจยุคใหม่ในตลาดโลก" ให้แก่ นักศึกษาปริญญาโท MBA บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัย พิษณุโลก เมื่อวันที่ 27-28 สิงหาคม 2559 ณ วังยางรีสอร์ท จังหวัดกำแพงเพชร







วันอาทิตย์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2555

บรรยาย ภาวะผู้นำกับการสื่อสารในที่สาธารณะชน




ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์ บรรยายในหัวข้อ " ภาวะผู้นำและการสื่อสารในที่สาธารณะชน แก่
โครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ
 “ผู้นำการประสานเครือข่ายเพื่อสร้างชุมชนพลเมืองให้เข้มแข็ง”
โดย  สำนักส่งเสริมการเมืองภาคพลเมือง สถาบันพระปกเกล้า
ร่วมกับ  ศูนย์ประสานงานภาคประชาสังคมเชียงราย
และศูนย์พัฒนาการเมืองภาคพลเมืองสถาบันพระปกเกล้า จังหวัดเชียงราย
เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2555
โรงแรมวังคำ อ.เมือง จ.เชียงราย