วันพฤหัสบดีที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2554

วันจันทร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2554

สื่อมวลชนกับชุมชน


สื่อมวลชนกับชุมชน
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www.drsuthichai.com
                ในยุคของข้อมูล เรามักคงเคยได้ยินว่า “ ใครมีข้อมูลมาก คนนั้นมีอำนาจมาก ” ฉะนั้นใครมีข้อมูลมากคนนั้นย่อมได้เปรียบคนที่มีข้อมูลน้อย
                ข้อมูลข่าวสารในปัจจุบันจึงมีจำนวนมาก อีกทั้งช่องทางและเครื่องมือ สถานีต่างๆก็มีมากตามไปด้วย เช่น โทรทัศน์ช่องต่างๆ โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม วิทยุสถานีหลัก วิทยุชุมชน  เว็ปไซค์ต่างๆ ทางอินเตอร์เน็ต ฯลฯ
                การสื่อสารที่ดีและมีประสิทธิภาพจึงต้องหาเครื่องมือที่สำคัญช่วย เพื่อทำความเข้าใจในหลากหลายมิติของสังคมหรือพูดอีกอย่างได้ว่า การสื่อสารสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้หลากหลายมิติ เช่น นักการตลาด นักประชาสัมพันธ์ ก็ใช้การสื่อสารและเครื่องมือช่วยเพื่อยกระดับของสังคมได้เช่นกัน  นักการเมืองก็สามารถใช้การสื่อสารและเครื่องมือช่วยในการสื่อสารกับประชาชนในเรื่องประชาธิปไตยได้เช่นกัน
                การสื่อสารเพื่อสุขภาพของชุมชน การสื่อสารเรื่องสุขภาพของคนในชุมชนมีความสำคัญ  ดังนั้นในปัจจุบันเราจะเห็นการร่วมกันทำงานเรื่องสุขภาพขององค์กรที่ทำงานด้านสุขภาพ ในการทำงานเรื่องการสื่อสารร่วมกัน เช่น สช. สสส. สปสช. สวรส. และ มสช.
                เมื่อการสื่อสารมีความสำคัญ จึงทำให้คนที่มีอำนาจ  มีเงิน บางส่วนใช้ ช่องทางและเครื่องมือ สถานีต่างๆ เสนอข่าว แต่แง่มุมของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเมือง  สินค้าบริโภค อุปโภค  ซึ่งทำให้ผู้บริโภคสื่อหลงเชื่อ ทำให้ตกเป็นเหยื่อ  ซึ่งนักสื่อสารที่ดีควรสื่อสารให้รอบด้าน และควรให้แง่คิดที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม
                ถามว่าสื่อมวนชนสามารถช่วยเหลือชุมชนอย่างไร ช่วยได้ครับ เช่น น้ำท่วมทางภาคใต้ การช่วยเหลือพี่น้องชาวภาคใต้ที่ได้รับการช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ดังคุณสรยุทธ์ ช่อง 3 ประกาศข่าวขอความช่วยเหลือเงินทอง ข้าวของต่างๆ ซึ่งได้รับความช่วยเหลือ เป็นเงินนับสิบล้านและสิ่งของต่างๆอีกมากมาย แต่ตรงกันข้ามกับการทำงานของรัฐบาลหรือระบบราชการ ที่ให้ความช่วยเหลือ ซึ่งมีความล่าช้ากว่า              
                วิทยุชุมชน เป็นกระแสที่ทำให้ชุมชนเกิดการร่วมมือกัน  มีการใช้วิทยุชุมชนเพื่อเป็นช่องทางในการพูดคุยเรื่องปัญหาของชุมชน เรื่องดีๆของชุมชน อีกทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้คนไม่มีโอกาสออกอากาศได้ออกเช่น ชาวไร่ ชาวนา กรรมกร ผู้ใช้แรงงาน อาชีพต่างๆ สามารถออกวิทยุชุมชนได้ จัดรายการได้ การตั้งสถานีวิทยุชุมชนก็ใช้เงินทุนน้อยกว่าวิทยุหลัก  ทำให้วิทยุหลักมีคนฟังน้อยลง โฆษณาน้อยลง
                วัฒนธรรมจากต่างชาติ เข้ามากลืนกินวัฒนธรรมชุมชน  ปัจจุบัน ประเทศไทยเราเป็นยุคทุนนิยม เป็นยุคการค้าเสรี เป็นยุคบริโภคนิยม   ทำให้วัฒนธรรมชุมชนเริ่มเกิดการจางหาย อีกทั้งคนรุ่นใหม่เริ่มมีการเลียนแบบวัฒนธรรมต่างชาติ ดังเช่น ภาพยนตร์หนังเกาหลีที่ช่อง 3 นำมาฉายทำให้คนไทยบางกลุ่มเริ่มเกิดการเลียนแบบ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่
                วิทยุชุมชน จึงเป็นเครื่องมือตัวใหม่ที่ทำให้ชุมชนเข้มแข็ง เกิดการสร้างอาชีพ เกิดการสร้างโอกาสต่างๆให้เกิดขึ้นกับชุมชน วัฒนธรรมท้องถิ่นจะไม่ถูกกลืนกิน อาหารท้องถิ่นจะยังคงอยู่ อันเนื่องมาจากการสื่อสาร
                หอกระจายข่าวชุมชน เป็นอีกสื่อหนึ่งที่เข้าถึงชุมชนในแต่ละพื้นที่ตรงจุด การรวมกลุ่มกันของหอกระจายข่าว หมู่บ้าน ตำบล จึงมีความสำคัญในการสื่อสารถึงคนในชุมชน
                ประเทศไทยในอนาคต  เราอยากเห็นประเทศไทยเป็นอย่างไร เด็กติดเหล้า ติดยาเสพติด เด็กขายตัว หรือ สังคมไทยที่ช่วยเหลือกัน เอื้อเฟื้อกัน  เราคงต้องช่วยกัน ซึ่งคงต้องช่วยกันหลายฝ่าย พี่น้องสื่อมวลชนก็เป็นกลุ่มหนึ่งที่เป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือชุมชน 
                ดังนั้น นักสื่อสารมวลชนจะช่วยสื่อสารกับชุมชน อย่างไร เราควรสื่อสารในเรื่อง วัฒนธรรมชุมชน ภูมิปัญญาของชุมชน วิถีชีวิตชุมชน  สุขภาพของประชาชนในชุมชน  อีกหน้าที่หนึ่งก็คือ การสร้างกระแสการพัฒนา ด้วยการ ให้ข่าวชุมชน ให้ความบันเทิง  ให้ข่าวราชการ ควรใช้สื่อในการเป็นเวทีแลกเปลี่ยนสิ่งดีๆในชุมชน ไม่ควรมอมเมาโดยสื่อสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อชุมชน  อีกทั้งต้องมีความหลากหลายในการเข้าถึง กลุ่มเป้าหมาย










การสื่อสารเพื่อพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง


การสื่อสารเพื่อพัฒนาชุมชนเข้มแข็ง
โดย...ดร.สุทธิชัย ปัญญโรจน์
                เมื่อสมัยมนุษย์ดำรงชีวิตในยุคหินมนุษย์ต้องล่าสัตว์ หาอาหาร การดำรงชีวิตเป็นไปด้วยความยากลำบาก มนุษย์มีการติดต่อสื่อสารกันน้อยมาก ต่อสภาพสังคมเริ่มเปลี่ยนแปลงไป โดยเข้าสู่ยุคเกษตรกรรม มนุษย์มีการค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน แต่ก็ยังเป็นการค้าขายและแลกเปลี่ยนกันไม่มากนัก ต่อมาก็พัฒนาเข้ามาสู่สังคมอุตสาหกรรม ยุคนี้มนุษย์เริ่มมีการสื่อสารกันมากกว่าเดิม เนื่องจากจะต้องค้าขายกันมากขึ้น  สำหรับยุคปัจจุบันสังคมของมนุษย์ก็เข้าสู่ยุคสังคมของการสื่อสาร มนุษย์เรามีการสื่อสารกันอย่างมากมาย และกว้างขว้างมากกว่ายุคใดๆ
                การสื่อสารในยุคแรกๆ เรามักจะสื่อสารในรูปแบบ คนต่อคนหรือบุคคลต่อบุคคล ต่อมาเป็นการสื่อสารระหว่าง บุคคลกับกลุ่มคน มนุษย์เริ่มใช้เครื่องมือเข้ามาช่วย เช่น วิทยุ หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ ในปัจจุบันก็เปลี่ยนแปลงเป็นเครื่องมือทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นอันได้แก่ อินเตอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือ  ฯลฯ
                สำหรับปัจจุบันถ้าพูดถึงเรื่องชุมชนเข้มแข็ง ประเด็นเรื่องค้าปลีก ร้านโชห่วยของไทย ต้องพ่ายแพ้ กับร้านเทสโก้ โลตัส ซึ่งมีหลายปัจจัย แต่ปัจจัยหนึ่งก็คือ เทสโก้ โลตัส ใช้การสื่อสารผ่านอินเตอร์เน็ตทำให้รู้ข้อมูลจำนวนสินค้าต่างๆ โดยมีการเชื่อมโยงกับร้านค้า โรงสี ต่างๆ ซึ่งคงไม่แตกต่างกับ 7-11  คาร์ฟูร์  แม็คโคร ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ  ซึ่งก็มีการเชื่อมโยงโดยระบบการสื่อสารโดยมีการเชื่อมโยงในลักษณะเช่นเดียวกับ เทสโก้ โลตัส ซึ่งทำให้ลดต้นทุน ลดการเก็บสินค้าคงคลัง ฯลฯ
                การได้เปรียบในการสื่อสารโดยใช้เทคโนโลยีในลักษณะนี้  ทำให้ร้านโชห่วยของไทยต้องมีการปิดตัวลงเป็นอันมาก
                ระบบโทรศัพท์มือถือ มีความจำเป็นมากในยุคปัจจุบัน  เนื่องจากเทคโนโลยีทำให้โทรศัพท์มีราคาถูก เราคงเห็นในปัจจุบัน การใช้โทรศัพท์บ้านในหลายๆบ้าน แทบไม่ได้ใช้เลย  รวมทั้งธุรกิจค่ายเพลงก็มีการปรับตัวอันเนื่องมาจากเทคโนโลยี โดย ผู้บริโภคหันมาฟังทางโทรศัพท์กันมากขึ้น และฟังทางเครื่องเล่น MP3 มากขึ้น ทำให้กิจการเทป รวมทั้งกิจการแผ่นซีดีต้องปิดตัวไป  ตัวแทนจำหน่ายก็ต้องปิดกิจการไป ทำให้โทรศัพท์มือถือมีความสำคัญมากในยุคปัจจุบัน
                ระบบการส่งจดหมายก็มีการเปลี่ยนแปลงไป โดยมีการรับส่งจดหมายทางอินเตอร์เน็ตกันมาก
                ระบบการทำหนังสือต่างๆ ก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง  เริ่มมีการจัดเก็บโดยใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ต อีกทั้งกิจการโรงพิมพ์ต่างๆ ที่พิมพ์หนังสือออกมาเป็นเล่ม ในปัจจุบันและอนาคตคงต้องปรับตัว อันเนื่องจากเทคโนโลยีโดยเปลี่ยนจากหนังสือเป็นเล่มมาเป็นการทำหนังสือในลักษณะ  E-BOOK  แทน
                ระบบการส่งข่าวและเครื่องมือการส่งข่าวมีความง่ายมากกว่าในอดีต ในยุคปัจจุบันใครๆ ก็สามารถเป็นนักข่าวได้ โดยการเขียนข่าวส่งข่าวผ่านอินเตอร์เน็ต วิทยุชุมชนหรือโทรทัศน์ดาวเทียม ซึ่งเราจะเห็นว่าเครื่องมือไม่ว่า จะเป็นโปรแกรมตัดต่อ  คอมพิวเตอร์มีความทันสมัยขึ้น
ระบบกล้องมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยและราคาถูก ไม่ว่าจะเป็นกล้องถ่ายรูปแบบเคลื่อนไหวหรือกล้องถ่ายรูปนิ่ง ทำให้กล้องฟิล์ม กล้องบันทึกเทป หายไปจากตลาด
ระบบสถานีออกอากาศหรือสถานีส่ง เช่น การก่อตั้งวิทยุชุมชนซึ่งง่ายกว่าในอดีต รวมทั้ง โทรทัศน์ดาวเทียม ซึ่งการก่อตั้งสถานีวิทยุและโทรทัศน์ดาวเทียมมีต้นทุนที่ราคาถูกกว่าในอดีตเป็นอันมาก
                ระบบสังคมมีการเปลี่ยนแปลงไป เนื่องมาจากการสื่อสาร โดยเฉพาะ สังคมเครือข่าย เช่น Facebook  , twitter  HI5 ฯลฯ
มีเด็กรุ่นๆใหม่เล่นอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นในทุกๆปีซึ่ง กลุ่มคนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปี ถึง 24 ปี ใช้ Facebook เยอะที่สุด ในประเทศไทยและประมาณ 40 % ของประชากรทั้งหมด โดยมีคนใช้ประมาณเกือบ 8,000,000 คน (เป็นผู้ชาย 46 %  ผู้หญิง 54 %)
                ระบบการจัดเก็บข้อมูล เช่น YOUTUBE เปิดโอกาสให้คนโด่งดังได้ง่ายกว่าการใช้สื่ออื่นที่ต้องใช้ต้นทุนที่สูง  เช่น หลายประเทศมีนักร้องที่ไม่ได้ไปแข่งขันในรายการทางโทรทัศน์ต่างๆ แต่ เอาคลิปไปลงใน YOUTUBE แล้วมีคนเปิดดูกันมาก  ทำให้บริษัทค่ายเพลงต้องเซ็นต์สัญญาจ้างให้เป็นนักร้องในสังกัด        ซึ่งการใช้หรือการลงคลิปใน YOUTUBE เปิดโอกาสให้คนเกือบทุกคนมากกว่าโทรทัศน์ อีกทั้งเราสามารถดูซ้ำได้ไม่เหมือนการดูโทรทัศน์ที่ไม่สามารถดูซ้ำได้
                ดังนั้น การสื่อสารจึงมีความสำคัญมากในยุคปัจจุบัน การสร้างความเข้มแข็งในชุมชนก็เช่นกัน เรามีความจำเป็นจะต้องมีการสื่อสารเพื่อให้เกิดข้อมูลต่างๆ แก่ชุมชน เพื่อให้ชุมชนได้เกิดความเรียนรู้  มีการพัฒนาองค์ความรู้มากยิ่งขึ้น
ทำให้ชุมชนเกิดความสามัคคี  เกิดการมีส่วนร่วมในชุมชนมากขึ้น
                การสื่อสาร ความรัก ความสามัคคี ช่วยพัฒนาความเข้มแข็งแก่ชุมชน

วันอังคารที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2554

IMC ของ ไทยรักไทย

IMC ไทยรักไทย
โดย...สุทธิชัย ปัญญโรจน์
www .drsuthichai.com
                พรรค ไทยรักไทย เป็นพรรคการเมืองที่มีอายุไม่ถึง 5 ปี แต่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ทางการเมืองได้ยิ่งใหญ่อย่างไม่เคยมีใครทำมา ก่อน เครื่องมือหนึ่งที่ทางพรรคไทยรักไทยนำมาใช้คือ
IMC  (Integrated Marketing Comunication) หรือเรียกว่า การสื่อสารการตลาด หมายถึง กระบวนการของการพัฒนาแผนงานการสื่อสารการตลาดที่ต้องใช้การสื่อสารเพื่อการ จูงใจหลายรูปแบบกับกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง เป้าหมายของ IMC คือการที่จะมุ่งสร้างพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายให้สอดคล้องกับความต้องการของการตลาด โดยการพิจารณาวิธีการสื่อสารตราสินค้า(Brand Contacts) เพื่อให้ผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายจะได้รู้จักสินค้า ที่จะนำไปสู่ความรู้ ความคุ้นเคยและความเชื่อมั่นในสินค้ายี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง(เสรี วงษ์มณฑา)
ดังนั้น IMC จึง เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการเชิงธุรกิจ แต่เมื่อพรรคไทยรักไทยนำมาใช้แล้วพัฒนาอย่างจริงจัง จึงได้สร้างประวัติศาสตร์ทางการเมืองขึ้น ด้วยการคว้าคะแนนเสียงกว่า 250 เสียง จากทั้งหมด 500 เสียง(ส.ส.)ซึ่งถือได้ว่าไม่ธรรมดา
ถ้าวิเคราะห์ดูจะเห็นได้ว่าเครื่องมือ IMC ที่พรรคไทยรักไทยใช้จะมุ่งเน้นที่การสร้างตราสินค้า(Brand Name) คือการเปิดโอกาสให้ประชาชนจำนวนมากกว่าหนึ่งหมื่นคนมีส่วนตั้งชื่อพรรค เพื่อสร้างความรู้สึกในการเป็นเจ้าของ
มีการเลือกวิธีการสื่อสารตราสินค้า(Brand contact point) เช่น การโฆษณา การประชาสัมพันธ์  การส่งเสริมการขาย การขายโดยใช้พนักงานขาย การใช้ผลิตภัณฑ์เป็นสื่อ การใช้ยานพาหนะเคลื่อนที่ การตลาดเจาะตรง แผ่นพับ ฯลฯ จึงไม่ต้องแปลกใจที่พรรคไทยรักไทยในสมัยนั้นใช้งบประมาณมากมายมหาศาล
สำหรับคำขวัญของพรรคไทยรักไทยในสมัยนั้นคือ คิดใหม่ ทำใหม่ เพื่อไทยทุกคน เป็น การแต่งขึ้นเพื่อสร้างความหวังให้แก่ประชาชนคนไทยในสมัยนั้น เพราะประชาชนเบื่อการบริหารการจัดการในลักษณะเดิมๆ โดยเฉพาะภาพลักษณ์ของนายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นมีภาพลักษณ์ที่เชื่องช้าและตัดสินใจไม่เด็ดขาดรวดเร็ว
ด้านการกำหนดบุคลิกภาพของตราสินค้า(Brand personality) เป็นการกำหนดว่าพรรคการเมืองมีบุคลิกภาพอย่างไร  นับตั้งแต่หัวหน้าพรรคและส.ส.ในพรรค เมื่อพิจารณาภาพลักษณ์บุคลิกภาพของหัวหน้าพรรค พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนักธุรกิจด้านธุรกิจโทรคมนาคมที่ประสบความสำเร็จ มีประสบการณ์ด้านการบริหารการจัดการ กล้าตัดสินใจ กล้าคิด กล้าทำ สำหรับบุคลิกภาพ ส.ส.ในพรรค เป็นกลุ่มนักธุรกิจ เป็นกลุ่มนักบริหาร เป็นกลุ่มนักการเมืองมืออาชีพ  เป็นกลุ่มนักวิชาการ ฯลฯ
เราต้องยอมรับว่าเบื้องหลังความสำเร็จคือคณะทำงานการวางแผน IMC ของ พรรคไทยรักไทย มีความสำคัญ มีการสื่อสารได้อย่างมีเอกภาพและได้ผล ยกตัวอย่างเช่น ป้ายหาเสียงของผู้สมัครในช่วงรณรงค์หาเสียงถ้าพวกเราจำได้ ป้ายหาเสียงของผู้สมัครมีมาตรฐานเหมือนกันทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสีของป้าย ขนาดของป้าย สามารถสร้างความจดจำให้แก่ตราสินค้าและประชาชนได้ จนทำให้พรรคการเมืองหลายพรรค เลียนแบบในเวลาต่อมา
จากข้อความข้างต้น เราจะเห็นได้ว่าทฤษฏีและแนวคิด IMC  (Integrated Marketing Comunication) สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในทางการเมืองได้ แต่ต้องอาศัยศิลปะในการประยุกต์ด้วย
โดยดูสถานการณ์ ปัจจัยสิ่งแวดล้อมของการเมืองในสมัยนั้นๆ เพราะการเมืองเป็นพลวัต มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ไม่นิ่ง